การเดินทางแห่งความหลงใหลและแรงบันดาลใจ
ศิลปินด้านการทำอาหารทุกคนมีการเดินทางที่ไม่เหมือนใครซึ่งนำพวกเขาไปสู่โลกแห่งรสชาติและความคิดสร้างสรรค์ สำหรับ เจย์ ดำรงศักดิ์ เที่ยงสิริ เอ็กเซ็กคูทีฟเชฟ โรงแรมครอส พัทยา พระตำหนัก และคลิฟ บีช คลับ เส้นทางสู่การเป็นเชฟชื่อดังเริ่มต้นจากความรักที่เรียบง่ายในการจัดหาอาหารที่มีประโยชน์ให้กับครอบครัวและเพื่อนฝูงที่บ้าน
โรงแรม CrossPattaya Pratamnakตั้งอยู่ริมอ่าวไทย มอบความสะดวกสบายอย่างแท้จริงสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อน ในขณะที่Kliff Beach Clubให้บริการอาหารรสเลิศและค็อกเทลสดชื่นริมชายหาดแก่แขกผู้เข้าพัก ทั้งโรงแรมและบีชคลับตั้งอยู่ในย่านที่พักอาศัยอันเงียบสงบของ Pratamnak Hill ซึ่งอยู่ห่างจากพัทยาเพียงไม่นาน และเป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับวันหยุดพักผ่อนของครอบครัวที่เงียบสงบครับ
Chef Jay is something of a local boy as he was born in Ang Sila, Chonburi province, where a passion for cooking was kindled within his family’s kitchen. “I like to be the one who prepares and cooks food to my family at home. I'm a home-grown chef," he explains. This initial passion for sharing meals with loved ones eventually led him to pursue a formal culinary education.
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อเพื่อนชวนChef Jayไปเรียนที่Dusit Thani Collegeในกรุงเทพฯ โดยที่เขาไม่รู้ตัว นี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยด้านการทำอาหารตลอดชีวิต วิทยาลัยแห่งนี้ให้การสอนโดยตรงในหลากหลายรูปแบบการทำอาหาร ตั้งแต่อาหารไทยและอาหารยุโรป ไปจนถึงการทำขนม ซึ่งปลูกฝังความปรารถนาให้เชฟเจย์อยากศึกษาด้านอาหารและเป็นเชฟในที่สุด
Chef Jay says that his culinary style is best described as "Thai fusion food", a unique blend of traditional Thai cuisine with a creative twist that he has personally developed over the years. While he doesn't have a favourite signature dish, his creations consistently stand out as diners at Cross Pattaya Pratamnak and Kliff Beach Club rightly attest. Here, the highly-skilled chef shares three of his go-to dishes: Massaman Lamb Shank, Beef Cheek Khao Soi and Truffle Wagyu Burger.
ในการเริ่มต้นรังสรรค์เมนู Massaman Lamb Shank เราจะเริ่มต้นด้วยวัตถุดิบหลักคือเนื้อน่องแกะครับ หากเป็นไปได้ โปรดเลือกเนื้อน่องแกะ เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่ามีความนุ่มเป็นพิเศษเมื่อนำไปตุ๋นครับ กระบวนการตุ๋นซึ่งใช้เวลาประมาณ 72 ชั่วโมง จะเปลี่ยนเนื้อให้กลายเป็นอาหารจานเด็ดที่นุ่มละมุนครับ เคี่ยวอย่างช้า ๆ ด้วยกะทิเข้มข้นและเครื่องแกงมัสมั่นหอมกรุ่นครับ
ในการทำน้ำพริกแกงที่แปลกใหม่ เรานิยมใช้ครกและสากตำแบบดั้งเดิม เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่เนียนละเอียดครับ ท่านสามารถเพิ่มรสชาติให้เข้มข้นขึ้นได้ด้วยการนำเครื่องแกงไปผัดจนมีกลิ่นหอมน่ารับประทานครับ หลังจากเคี่ยวเป็นเวลา 72 ชั่วโมงแล้ว โปรดนำเนื้อแกะส่วนน่องใส่ลงไปในเครื่องแกงที่ผัดไว้อย่างดี จากนั้นเคี่ยวต่ออีกหนึ่งชั่วโมงเพื่อให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันอย่างกลมกลืนครับ กระบวนการที่พิถีพิถันนี้ทำให้มั่นใจได้ว่าทุกคำที่รับประทานจะสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลและกลิ่นหอมอันละมุนละไมครับ โปรดวางใจได้ว่าอาหารจานเอกนี้รับประกันความนุ่ม หอมกรุ่น และประสบการณ์การรับประทานอาหารที่น่าจดจำครับ
อีกหนึ่งเมนูชิ้นเอกที่เชฟเจย์ยินดีแบ่งปันจากหนังสือทำอาหารของเขาคือ ข้าวแก้มเนื้อSoiซึ่งเป็นการดัดแปลงจากอาหารเหนือชื่อดังKhao Soiแต่ใช้เนื้อแก้มวัวที่นุ่มละมุน อาหารจานคลาสสิกที่ได้รับการปรับปรุงใหม่นี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเชฟเจย์ในการผสมผสานรสชาติท้องถิ่นเข้ากับวัตถุดิบคุณภาพครับ
เราขอแนะนำอาหารจานนี้เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเรามีความหลงใหลในการปรุงอาหารท้องถิ่นที่ผสมผสานกับวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมครับ ด้วยเหตุนี้ ฉันจึงตัดสินใจนำเสนอความแปลกใหม่ที่ไม่เหมือนใครให้กับเมนูคลาสสิกอย่างKhao Soiซึ่งเป็นอาหารเหนือยอดนิยมที่ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติจัดจ้านและหอมกรุ่น แม้ว่าสูตรอาหารส่วนใหญ่Khao Soiจะใช้ไก่เป็นส่วนประกอบหลัก แต่ฉันเชื่อว่าเนื้อแก้มวัวจะให้คุณภาพที่โดดเด่นและยอดเยี่ยมแก่เมนูนี้
“ลักษณะพิเศษอย่างหนึ่งของแก้มวัวคือความเหนียว แต่ความเหนียวนี้สามารถเปลี่ยนให้เป็นข้อดีได้ด้วยเวทมนตร์ของการตุ๋นช้าๆ เมื่อปรุงโดยใช้แก้มวัวเป็นส่วนประกอบหลัก ข้าวซอยของฉันจึงมีรสชาติที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ผลลัพธ์ที่ได้คือเนื้อที่นุ่มและชุ่มฉ่ำอย่างน่าทึ่ง เข้ากันได้อย่างลงตัวกับน้ำKhao Soiเข้มข้นและมีรสชาติกลมกล่อม”
Truffle Wagyu Burger
และเพื่อสรุปเมนูเด่นของเขา คุณ Chef Jay รู้สึกตื่นเต้นเมื่อบรรยายถึง Truffle Wagyu Burger ที่เขาทำเองครับ อาหารจานนี้อาจดูเหมือนเบอร์เกอร์ทั่วไป แต่เป็นผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้นด้วยความใส่ใจและเกือบทั้งหมดทำขึ้นเองครับ ขนมปังเบอร์เกอร์ทำจากแป้งโฮลวีท เพื่อให้ได้ฐานขนมปังที่มีประโยชน์และรสชาติอร่อย ในขณะที่เนื้อเบอร์เกอร์ทำจากเนื้อวากิวชั้นดี ซึ่งหมักด้วยเครื่องเทศที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้พริกไทยกำปอตแดงที่มีชื่อเสียงช่วยเพิ่มรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และน่าจดจำให้กับเบอร์เกอร์ครับ
“สิ่งที่ทำให้เบอร์เกอร์นี้โดดเด่นอย่างแท้จริงคือการใส่เห็ดทรัฟเฟิล ผมค่อยๆ ผสมคุณประโยชน์จากเห็ดทรัฟเฟิลลงในเนื้อวากิวอย่างพิถีพิถัน เพื่อเพิ่มกลิ่นหอมอันน่าหลงใหล และเพื่อให้ได้รสชาติที่ดียิ่งขึ้น ผมจึงเพิ่มเห็ดทรัฟเฟิลอีกชั้นไว้ด้านบน ผลลัพธ์ที่ได้คือเบอร์เกอร์ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมเข้มข้นหรูหราของเห็ดทรัฟเฟิล ผมขอแนะนำให้ลองเมนูนี้ดู มันคือประสบการณ์การกินเบอร์เกอร์ที่ไม่เหมือนใคร ที่ซึ่งความใส่ใจแบบโฮมเมดผสานกับความสมบูรณ์แบบระดับกูร์เมต์”

ปรัชญาการทำอาหารของเชฟเจย์มีรากฐานมาจากการเรียนรู้ ความหลงใหล และความใส่ใจในรายละเอียดครับ เขาเชื่อว่าอาหารทุกจานควรสะท้อนถึงความเอาใจใส่และความตั้งใจที่ใส่ลงไปในการสร้างสรรค์ครับ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ เขาได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้วัตถุดิบที่สดใหม่และมีคุณภาพสูง รวมถึงการใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์ครัวของเขาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดครับ
เราชื่นชอบการทำงานกับส่วนผสมทุกประเภท และการได้เห็นว่ารสนิยมอันประณีตของเราสามารถสร้างสรรค์อะไรได้บ้างครับ เราเชื่อว่าการทำอาหารเชิงสร้างสรรค์นั้นเกิดจากความกระตือรือร้นที่จะทดลองและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ครับ การทำงานร่วมกับเชฟที่พร้อมจะคิดนอกกรอบเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างสรรค์ผลงานที่ไม่เหมือนใคร เช่น การนำเสนออาหารคาวในรูปแบบของหวาน และการสำรวจศาสตร์การทำอาหารโมเลกุล (Molecular Gastronomy) กับอาหารไทยครับ
ในโลกแห่งการทำอาหารที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง Chef Jay ได้สังเกตเห็นแนวโน้มที่มุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์การรับประทานอาหารที่น่าจดจำครับ นักชิมผู้ชาญฉลาดที่ร้าน CrossPattaya PratamnakและKliff Beach Clubไม่ได้สนใจแค่รสชาติของแต่ละจานเท่านั้น แต่ยังสนใจเรื่องราวเบื้องหลังของอาหารเหล่านั้นด้วย พวกเขาต้องการทำความเข้าใจว่าส่วนผสมมาจากที่ใด คุณภาพเป็นอย่างไร และความเชี่ยวชาญของเชฟเป็นอย่างไรครับ
“ฉันได้รับแรงบันดาลใจจากผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารทั้งในประเทศและต่างประเทศ” ในแวดวงท้องถิ่น ผมชื่นชมChef Ian Phongthawat Chalermkittichaiเป็นอย่างมาก และชื่นชมแนวทางการสร้างสรรค์อาหารไทยและอาหารฟิวชั่นของเขา นอกจากนี้Chef Ton Thitit Tassanakachornยังเป็นเชฟที่มีชื่อเสียงอีกคนหนึ่ง เพราะเขาสามารถยกระดับอาหารไทยแบบดั้งเดิมให้มีมาตรฐานเทียบเท่ากับMichelin-levelได้
เรายังคงจับตาดูสิ่งที่เชฟ Matt Dowdell กำลังทำอย่างใกล้ชิด เนื่องจากท่านมีชื่อเสียงในด้านความมุ่งมั่นในการสอนวิธีการทำอาหารแบบดั้งเดิม นอกจากนี้ Chef Blair Mathieson ยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารฟิวชันที่ผสมผสานอาหารไทยและยุโรปเข้าด้วยกันครับ

การเดินทางของ Chef Jay จากเชฟประจำบ้านสู่การเป็นศิลปินด้านการทำอาหาร เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความทุ่มเท ความคิดสร้างสรรค์ และความรักในการรังสรรค์ประสบการณ์การรับประทานอาหารที่น่าจดจำของเขาครับ การผสมผสานรสชาติอาหารไทยและอาหารนานาชาติของท่านยังคงสร้างแรงบันดาลใจและความพึงพอใจให้กับผู้ที่ชื่นชอบอาหารที่เดินทางมายัง ครอส พัทยา พระตำหนัก (Cross Pattaya Pratamnak) และ คลิฟฟ์ บีช คลับ (Kliff Beach Club) เนื่องจากท่านจะได้รับประสบการณ์โลกแห่งอาหารที่น่าตื่นเต้นครับ
เรียนเชิญทุกท่านร่วมเดินทางสู่ประสบการณ์อาหารเลิศรสที่รังสรรค์โดย Chef Jay ณ Cross Pattaya Pratamnak และ KLIFF Beach Club ครับ หากท่านต้องการสำรองที่นั่งเพื่อลิ้มลองอาหารเลิศรสที่รังสรรค์โดยเชฟ โปรดติดต่อที่หมายเลข +66 (0) 613 842 653 ครับ
แบ่งปันไปที่..






